เคล็ดลับหน้าเด็กตลอดกาล

อยากหน้าเด็กต้องทำอย่างไร ?

ผิวเสื่อมสภาพเป็นสภาวะธรรมชาติที่เกิดจากปัจจัยภายในและภายนอกร่างกาย ปัจจัยภายในเกิดจากการเสี่อมสภาพของร่ายกายซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อีกทั้งการเสื่อมสภาพจากภายในร่างกายยังสัมพันธ์กับลักษณะทางพันธุกรรมอีกด้วย ในทางตรงกันข้าม ปัจจัยภายนอกร่างกายสัมพันธ์กับการสัมผัสสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้แก่ มลภาวะ ควันบุหรี่ การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ การเผชิญกับแสงแดดจัด และสุขภาพโดยรวมของร่างกาย นอกจากนี้ปัจจัยภายนอกยังสามารถกระตุ้นปัจจัยภายในให้เกิดความชรามากขึ้น โดยทำให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างอนุมูลอิสระกับระบบต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ไกลเคชัน (ภาวะที่น้ำตาลในกระแสเลือดทำปฏิกิริยากับโปรตีนในผิว) และจากการอักเสบภายในร่างกาย แต่ในปัจจุบันได้มีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยชะลอผิวเสื่อมสภาพ ทั้งด้านเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ชนิดทา รับประทานและฉีดเข้าร่างกาย 

หลีกเลี่ยงปัจจัยภายนอกที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพ

เนื่องจากสิ่งแวดล้อมส่งผลอย่างมากต่อการเสื่อมสภาพของผิวหนังและมักจะสัมพันธ์กับวิถีในการใช้ชีวิต การสัมผัสกับรังสียูวีเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพมากที่สุด  นอกจากการหลีกเลี่ยงรังสียูวีและฝุ่นละอองแล้ว ควรมีการสร้างนิสัยในการดูแลสุขภาวะทางร่างกายอยู่เสมอซึ่งจะส่งผลต่อการมีผิวพรรณที่ดี ได้แก่ การลดความเครียด การทาครีมกันแดด การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม การรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มน้ำและนอนหลับให้เพียงพอ การเสริมสร้างนิสัยการมีสุขภาวะทางร่างกายที่ดีจะช่วยส่งเสริมให้มีผิวพรรณที่สวยสดใสจากภายในสู่ภายนอก 

นวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยชะลอผิวเสื่อมสภาพช่วยให้หน้าเด็ก

  • 1) การใช้เครื่องสำอางที่ช่วยชะลอวัย 

    ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน ซี อี บี3 และเอ สามารถส่งเสริมการสร้างคอลลาเจน ลดการอักเสบที่เกิดจากอนุมูลอิสระ โดยแทรกซึมเข้าไปในชั้นผิวและช่วยซ่อมแซมบริเวณที่เสื่อมสภาพได้ วิตามินซี หรือ กรดแอสคอร์บิก วิตามินซีชนิดทาในความเข้มข้น 5-15% มีฤทธิ์ในการต้านการเสื่อมสภาพของผิว โดยกระตุ้นการสร้างและลดการทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว 

  • 2) การทำหัตถการทางการแพทย์

    เป็นเป้าหมายหลักของการทำหัตถการทางการแพทย์ คือ เพื่อเปลี่ยนแปลงลักษณะทาง กายภาพของผิวชั้นนอกสุด โดยการทำลายเซลล์ที่เสื่อมสภาพ เสริมสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน วิธีการที่ได้รับความนิยมได้แก่ การผลัดเซลล์ผิวหนัง การใช้เลเซอร์ การใช้ฟิลเลอร์ การฉีดเกล็ดเลือดเข้าผิวหนัง และการใช้โบท็อกซ์ 

  • 3) การผลัดเซลล์ผิวหนัง  

    ข้อดีของการผลัดเซลล์ผิวหนังโดยใช้กรดคือ จะทำให้ผิวเรียบเนียน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอย แต่ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อหลีกเลี่ยงอาการข้างเคียงจากกรดที่ผิวหนังได้ การใช้เลเซอร์ เลเซอร์สามารถทะลุเข้าไปในชั้นต่างๆของผิวหนังได้ตามความถี่และชนิดของเลเซอร์ที่ใช้ โดยชนิดของเลเซอร์ยังสัมพันธ์กับสภาพปัญหาของผิวหนังในชั้นต่างๆ เลเซอร์แบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ เลเซอร์ที่ทำและไม่ทำให้ผิวลอก และแฟรคชันนัลเลซอร์ เลเซอร์ที่ทำให้ผิวลอก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ยาคส์ มีการนำมาใช้เพื่อลดจุดด่างดำที่เกิดจากความชรา เลเซอร์ที่ไม่ทำให้ผิวลอก ได้แก่ ไอพีแอล ไดโอด เลเซอร์ชนิดนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้ และ แฟรคชันนัลเลเซอร์เป็นนวัตกรรมที่มีการรวมกันของเลเซอร์ทั้งสองชนิดข้างต้นเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มกระสร้างคอลลาเจนและลดอาการระคายเคืองจากการทำหัตถการ 

  • 4) การใช้ฟิลเลอร์  

    เรื่องกรดไฮยารูลอนิคเป็นสารธรรมชาติที่พบได้ในร่ากาย การฉีดกรดไฮยารูลอนิคเข้าสู่ผิวหนัง ถือเป็น การรักษาที่เป็นมาตรฐานเพื่อผิวพรรณที่ดูอ่อนเยาว์ โดยกรดไฮยารูลอนิคช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น กระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวหนัง ลดการอักเสบ อีกทั้งยังเกิดอาการข้างเคียงต่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายได้น้อย โดยส่วนมากกรดไฮยารูลอนิคจะมีฤทธิ์อยู่ในผิวประมาณ 3-12 เดือน

  • 5) การฉีดผิวหนังด้วยเกล็ดเลือด

    การฉีดเกล็ดเลือดที่ได้จากการสกัดจากเลือดนั้นมีส่วนประกอบของสารที่ ช่วยควบคุมสมดุลของเซลล์ผิวหนังและมีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

  • 6) การฉีดโบท็อกซ์

    การโบท็อกซ์เป็นสารที่สกัดได้จากแบคทีเรียแกรมบวกสกุล Clostridium botulinum โดยสารนี้จะยับยั้ง การทำงานของสารสื่อประสาทในกล้ามเนื้อ ซึ่งจะมีผลทำให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว โดยทั่วไปแล้วการฉีดโบท็อกซ์จะสามารถลดการริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวใบหน้าได้  

  • 7) การใช้ฮอร์โมนทดแทน

    เมื่อเข้าสู่วัยเลข 3 มีการลดลงของการสร้างฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งได้แก่ โกรธฮอร์โมน(GH) อินซูลิน ไลค์ โกรธ แฟคเตอร์-วัน เมลาโทนิน ไทรอยด์ ไดไฮโดรอิพิแอนโดรสเตอร์โรน (ดีเอชอีเอ) เอสโตรเจนและเทสโทเทอโรน การลดลงของฮอร์โมนจะสัมพันธ์กับอาการแสดงต่างๆ ซึ่งรบกวนคุณภาพชีวิตและสุขภาวะทางร่างกายและส่งผลต่อสภาพผิวหนังโดยตรง ฮอร์โมนที่มักได้รับการทดแทนในผู้ที่มีระดับฮอร์โมนต่ำ โดยรวมได้ อย่างไรก็ตามการเสริมฮอร์โมนมีผลต่อต่อระบบโดยรวมของร่างกาย จึงต้องมีการปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งเพื่อให้ได้รับชนิดฮอร์โมนที่เหมาะสมและได้รับผลลัพธ์ในการชะลอวัย 

รวมสินค้าแนะนำ