สิวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย แม้ว่าจะพบได้บ่อยในวัยรุ่นและบางครั้งในผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน
สาเหตุของสิว
เกิดได้หลายปัจจัย เช่น พันธุกรรมของผิวพรรณ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม ความไม่สมดุลของฮอร์โมน การแพ้ระคายเคือง แต่มีสาเหตุหลัก 3 อย่าง ดังนี้
-
1) ต่อมน้ำมันทำงานมากผิดปกติ
ต่อมน้ำมันทำงานมากผิดปกติ (Sebaceous Gland Hyperactivity) เพราะการสร้างน้ำมัน (Sebum) ของต่อมไขมัน ถูกควบคุมโดยฮอร์โมนเพศที่ชื่อว่า Testosterone ซึ่งจะสูงมากในช่วงวัยรุ่นทั้งชายและหญิง (แต่ผู้ชายจะมีเยอะกว่า เพราะ Testosterone เป็นฮอร์โมนหลักที่พบในผู้ชาย ผู้หญิงสามารถพบได้แต่มีปริมาณน้อย) เมื่อน้ำมันถูกสร้างมากแล้วระบายไม่ทัน จะทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน
-
2) การผลัดเซลล์ผิวในรูขุมขนผิดปกติ
การผลัดเซลล์ผิวในรูขุมขนผิดปกติ (Follicular Hyperkeratinization) ทำให้เกิดการอุดตันต่อเนื่อง สังเกตง่ายๆคือ มักมีสิวติดกันเป็นกลุ่มก้อน
-
3) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า พี-แอคเน่
เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า พี-แอคเน่ (Propionibacterium acnes หรือบางคนจะรู้จักในชื่อของ C. acnes Cutibacterium acnes) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งในรูขุมขนตามธรรมชาติและไม่ก่อให้เกิดความผิดปกติใด ๆ แต่ถ้าแบคทีเรียชนิดนี้เพิ่มจำนวนมากขึ้น หากมีจากไขมันที่อุดตันสะสม แบคทีเรียจะย่อยไขมันเป็นกรดไขมัน จนเกิดการอักเสบตามมา ประกอบกับร่างกายจะตอบสนองโดยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันมาทำลายแบคทีเรีย จนเกิดการอักเสบและมีหนองตามมาด้วยในบางราย
อาหารเสริมสำหรับคนที่มีสิวหรือผิวมัน
-
1) วิตามินเอ
วิตามินเอ ในรูปแบบยารับประทาน ต้องจ่ายโดยแพทย์ เพราะเป็นยารักษาสิวที่มีประสิทธิภาพ และลดอาการหน้ามัน สิวอุดตัน สิวอักเสบได้อย่างเห็นผล นั่นคือ Isotretinoin ที่มีข้อบ่งชี้ในการรักษาสิวที่มีอาการรุนแรง ที่ไม่สามารถควบคุมอาการ กลไกการออกฤทธิ์ของ คือ กดการทำงานของต่อมไขมันทำให้ผลิตสารที่เป็นไขมัน (sebum) ลดลง และลดปริมาณเชื้อแบคทีเรีย P. acnes ลดการอักเสบของสิว โดยขนาดยา Isotretinoin เริ่มต้น คือ 0.5 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน เป็นเวลา 1 เดือน หลังจากนั้นอาจเพิ่ม ขนาดยาเป็น 1 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน ได้ โดยระยะเวลาของการรับประทานยาอาจอยู่ในช่วง 5-6 เดือนในความดูแลของแพทย์ แต่มีข้อห้ามและข้อควรระวังในการใช้ยา คือ ยานี้ทำให้ทารกในครรภ์พิการ หากผู้หญิงใดที่เตรียมตั้งครรภ์ ควรหยุดยาล่วงหน้าอย่างน้อย3 เดือน ถึง 1 ปี ก่อนจึงจะตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัย
-
2) สังกะสี (Zinc)
โดยสังกะสีเป็นแร่ธาตุที่ช่วยเรื่องสิวได้ดี ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริมแบบรับประทาน หรือผสมในเครื่องสำอางดูแลผิวที่เป็นสิว เนื่องจากมีฤทธิ์ฝาดสมาน จากการศึกษาที่ผ่านมา พบว่าสังกะสีสามารถลดการผลิตน้ำมันในผิวหนัง และสามารถป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียและการอักเสบได้ ปริมาณที่ค่อนข้างปลอดภัยคือ 30 มก. ต่อวัน (ตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป) การทานสังกะสีที่สูงมากกว่านี้ อาจนำไปสู่การขาดแร่ธาตุทองแดง (Copper) ได้
ปรับไลฟ์สไตล์ลดการเกิดสิว
-
1) ล้างหน้าไม่เกิน 2 ครั้งต่อวัน
(เช้า และก่อนนอน) ยกเว้นออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมากหรือสัมผัสกับสิ่งสกปรกมากกว่าปกติ สามารถล้างหน้าได้ตามความเหมาะสม
-
2) เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวที่เป็นสิว
เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ผสมสังกะสี ,ทีทรีออยล์ และ วิช ฮาเซล (Witch Hazel extract) ที่ลดปริมาณแบคทีเรีย P. acnes ลดโอกาสการเกิดสิวซ้ำ นอกจากนั้นควรเลือกครีมบำรุงผิวที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และไม่ผสมสารก่อระคายเคือง อย่างน้ำหอม สี และสารกันเสีย
-
3) ไม่แกะสิวบ่อย
เพราะอาจทำให้รูขุมขนและผิวหนังที่เป็นสิวอักเสบรุนแรงมากขึ้น
-
4) นอนหลับให้เพียงพอ
6-8 ชั่วโมงต่อวันและ ไม่ควรนอนดึกเกินเที่ยงคืน
-
5) ลดความเครียดสะสม
ด้วยการนั่งสมาธิ ฟังเพลง ดูหนัง เล่นกีฬาที่ชอบ เล่นกับสัตว์เลี้ยง ระบายปัญหากับคนที่ไว้ใจ
- หากเป็นสิวเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์