ศาสตร์แห่งการชะลอวัย เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจตั้งแต่สมัยอดีตกาล มีการบันทึกถึงเคล็ดลับเกี่ยวกับการชะลอวัยและ ความงาม ไว้ในหลายยุค หลายพื้นที่ เช่น ย่านลุ่มแม่น้ำไนล์ เคล็บลับความงามของสาวอิยิปต์โบราณ ที่มีการใช้เครื่องหอมจากพืชพรรณธรรมชาติ เมืองจีน มียาอายุวัฒนะ เช่นถั่งเช่า โสม
ทฤษฎีการชะลอวัย
ในปัจจุบันที่วิทยาศาสตร์การแพทย์ก้าวหน้าขึ้น ทำให้มีความเข้าใจว่าทำไมร่างกายของเราถึงเกิดความเสื่อมถอย ไม่เท่ากันในแต่ละบุคคล ทฤษฎีความแก่เหล่านั้น อาทิเช่น ทฤษฎีกล่าววว่าคนเราแก่จากการที่เซลล์ของเราถูกทำลายจากการใช้งานมากเกินไปหรือไม่ถูกต้อง (The Wear and Tear Theory) ทฤษฎีที่กล่าวถึงระดับฮอร์โมนที่ลดลงส่งผลต่อสุขภาพที่ถดถอย เพราะทำให้การซ่อมแซมสิ่มที่สึกเหรอ และการทำงานต่างๆลดลง (The Neuroendocrine Theory) ทฤษฎีที่ว่าด้วยสารอนุมูลอิสระว่าเป็นตัวการในการทำลายเซลล์ ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพ (The Free Radical Theory) :ซึ่งสารอนุมูลอิสระเกิดจากการเผาผลาญในร่างกาย และสิ่งแวดล้อม เช่น ควันพิษ แสงแดด และสารเคมีบางอย่าง จึงได้มีการแก้ไขด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย เช่น วิตามินซี โคคิวเท็น วิตามินเอ สารสกัดจากเปลือกองุ่น (Resveratrol)
สารอาหารที่มีความสามารถในชะลอวัย
-
1) วิตามินอี
เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันที่ร่างกายผลิตเองไม่ได้ พบมากในถั่ว ไข่ เมล็ดทานตะวัน อโวคาโด เป็นต้น ช่วยชะลอกระบวนการเสื่อมสภาพของเซลล์ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานได้ตามปกติ
-
2) วิตามินซี
นอกจากมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความแก่และลดริ้วรอยแล้ว ยังคงช่วยในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใยทำหน้าที่เชื่อมเนื่อเยื่อต่างๆไว้ด้วยกันทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์
-
3) เรสเวอราทอล (Resveratrol)
ที่พบมากในผิวองุ่น และยังพบในเบอร์รี่แล้ว ซึ่งนอกจากเป็นสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว ยังมีงานวิจัยว่าสามารถช่วยกระตุ้นยีน SIRT1 ในร่างกายของเรา ซึ่งยีนนี้จะช่วยในการชะลอความเสื่อมของเซลล์ ในร่างกายด้วย
-
4) สารคาเทซิน (Catechin)
เช่น อีพิแกลโลคาเทชิน-3-แกลเลต (Epigallocatechin-3-gallate, EGCG) พบมากในชาเขียว ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนั้นมีการศึกษาว่าการรับประทานEGCG อาจมีประโยชน์ในการช่วยควบคุมความอยากอาหารด้วย (Gastric emptying time) และอาจลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
-
5) แอสต้าแซนธิน (Astraxanthin)
พบมากในแหล่งอาหารที่มีสีแดง เช่น สาหร่ายสีแดง ปลาแซลมอน กุ้ง ด้วยลักษณะโครงสร้างของสารแอสต้าแซนธิน จึงมี คุณลักษณะที่เด่น ในการปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ ชะลอความเสื่อมให้ร่างกาย ลดริ้วรอยสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง
-
6) เบต้าแคโรทีน (Beta Carotene)
สารที่ทำให้เกิดสีส้ม สีเหลือง พบมากในส้ม แครอท ฟักทอง มะม่วง เมื่อร่างกายได้รับเบต้าแคโรทีนจะเปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอ ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นต่อร่างกาย คุณสมบัติเด่น คือปกป้องผิวจากรังสียูวี ลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อม มีรายงานว่าการรับประทานอาหารเสริมเบต้าแคโรทีน ร่วมกับวิตามินซี วิตามินอี และสังกะสี อาจช่วยชะลอความเสี่อมของดวงตาและลดความรุนแรงของอาการในผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อมชนิดรุนแรงได้
-
7) โคเอ็นไซม์คิว 10 (CoQ10)
เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเอง พบอยู่ในเซลล์ทุกเซลล์ของร่างกาย โดยเฉพาะในอวัยวะที่ต้องการพลังงานเยอะๆ เช่น หัวใจ ตับ ไต กล้ามเนื้อ CoQ10มีหน้าที่สำคัญในการสร้างพลังงานในระดับเซลล์และมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ด้วย สาเหตุที่ทำให้มีระดับของโคคิว 10 ลดลงได้ คือ อายุที่มากขึ้น คนที่รับประทานยาลดไขมันกลุ่ม Statin และคนที่มีความเครียดสูง งานวิจัยศึกษาในผู้สูงอายุ 443 คนรับประทาน โคคิว 10 ร่วมกับ Selenium มากกว่า 4 ปี ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ลดการเข้าโรงพยาบาล และชะลอความเสื่อมสภาพของร่างกายได้
- จะเห็นได้ว่า หัวใจหลักของการชะลอวัยคือการให้ทำให้ร่างกายเราเสื่อมช้าลง โดยต้องเริ่มตั้งแต่การรู้จักตัวเอง ดูแลร่างกายให้มีการทำงานอย่างพอเหมาะและเหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงอนุมูลอิสระ และที่ลืมไม่ได้ คือการรับประทานอาหารที่มีความหลากหลายและมีพลังงานพอเหมาะต่อความต้องการค่ะ