ยาคุมกินแล้วผิวสวยจริงหรือ

ยาคุมกินแล้วผิวสวยหน้าใสจริงหรือ? และข้อควรระวังกินยาคุมเพื่อผิวสวย

นอกจากนี้ยังมีวิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ เช่น การหลั่งภายนอกในเพศชาย ใช้สารฆ่าอสุจิ หรือการสวนล้างช่องคลอด ซึ่งมีอัตราการล้มเหลวสูงและไม่แนะนำโดยสูตินรีแพทย์ การหลั่งภายนอกจะมีประสิทธิภาพการคุมกำเนิดต่ำเพียง 78% เท่านั้น หมายความว่า ผู้หญิง 22 คนจาก 100 คนที่เลือกใช้การหลั่งภายนอกมีโอกาสตั้งครรภ์ การใช้สารฆ่าอสุจิและการสวนล้างช่องคลอดจะทำให้ช่องคลอดระคายเคืองและง่ายต่อการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ โดยสรุปการเลือกประเภทของการคุมกำเนิดขึ้นอยู่กับการวางแผนในการมีบุตร ระยะเวลาในการคุมกำเนิด อาการข้างเคียง ประสิทธิภาพ การมีจำหน่ายในท้องตลาด ความปลอดภัยและข้อจำกัดในแต่ละบุคคลเพื่อให้ได้ประโยชน์ในการคุมกำเนิดสูงสุด

ยาคุมกำเนิดมีสองชนิด คือ ชนิดฮอร์โมนรวม (เอสโตรเจนและโปรเจสติน) และฮอร์โมนเดี่ยว (โปรเจสติน) โดยชนิดแรกได้รับความนิยมมากที่สุด ส่วนชนิดฮอร์โมนเดี่ยวแนะนำให้ใช้กรณีมีข้อห้ามใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ในปัจจุบันมีมากมายหลายแบบ ส่วนใหญ่มีแผงละ 21 หรือ 28 เม็ด ซึ่งแตกต่างกัน เช่น

  • แบบ 21 เม็ด

ทุกเม็ดจะมีตัวยาทั้งหมด (ไม่มีเม็ดแป้ง) แนะนำทานตรงเวลา ทุกวัน วันละ 1 เม็ด จนหมด แล้วหยุดยา หลังหยุดยาประมาณ 1-3 วันจะเริ่มมีประจำเดือน ก่อนจะเริ่มทานแผงใหม่ ให้เริ่มวันที่ 5 ของประจำเดือน (ถ้าจำยากคือ เมื่อหมดแผง ให้หยุด 7 วัน เริ่มทานแผงใหม่วันที่ 8 )

 

  • แบบ 28 เม็ด

โดยทั่วไปมีตัวยาฮอร์โมน 21 เม็ดและ “เม็ดแป้ง” อีก 7 เม็ด (บางยี่ห้ออาจเป็น ยา 24 เม็ดต่อเม็ดแป้ง 4 เม็ด) ช่วงที่รับประทานเม็ดแป้งไปประมาณ 1-3 เม็ดจะเริ่มมีประจำเดือนมา พอหมดแผง สามารถเริ่มแผงใหม่ได้เลย เหมาะสำหรับผู้ที่ลืมง่าย เพราะไม่ต้องนับวันที่เว้น ก่อนเริ่มแผงใหม่


ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม ตัวไหนกันแน่ที่ทำให้ผิวดี

● ฮอร์โมนในกลุ่มเอสโตรเจน เช่น ethinyl estradiol, mestranol หรือ estradiol (อาจอยู่ในรูป estradiol valerate) ปัจจุบันหลายยี่ห้อ มีปริมาณ ethinyl estradiol ไม่เกิน 35 ไมโครกรัม ถ้าสูงไปจะมีอาการไม่พึงประสงค์ เช่น บวมน้ำ คลื่นไส้ ท้องอืดและเจ็บคัดเต้านม แต่ผลพลอยได้คือ ลดริ้วรอย รอยเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร ช่วยรักษาคอลลาเจนในชั้นผิวให้เต่งตึง อิ่มเอิบได้ในบางราย

● ฮอร์โมนในกลุ่มโพรเจสติน เช่น gestodene, desogestrel, levonorgestrel, norethisterone, drospirenone, หรือ cyproterone acetate นอกจากการคุมกำเนิดแล้ว ยังช่วยต้านฤทธิ์เอสโตรเจนไม่ให้ทำงานมากจนเกินไป อีกยังสามารถใช้รักษาประจำเดือนผิดปกติมาไม่สม่ำเสมอ ประจำเดือน ภาวะถุงน้ำในรังไข่ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ภาวะฮอร์โมนเพศชายเกิน จนขนดก สิว หน้ามัน หากสตรีท่านใดมีอาการอ้วนง่าย หรือภาวะบวมน้ำ แนะนำเลือกสูตรที่มียา Drospirenone


ยาคุมกำเนิด ไม่ใช่ทุกอย่าง

● ยาคุมกำเนิดไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ เช่น เอดส์ ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี และการติดเชื้อไวรัสเอสพีวี(HPV)

● ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (เอสโตรเจนและโปรเจสติน) เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดอุดตัน โดยเฉพาะกลุ่มสตรีอายุมากกว่า 35 ปี และสูบบุหรี่ มีภาวะเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง

● ในบางรายอาจเพิ่มความเสี่ยงเล็กน้อยต่อมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก
ดังนั้นการเลือกยาคุมกำเนิดควรพิจารณาทั้งข้อดีและข้อควรระวัง ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อพิจารณาก่อนตัดสินใจทาน


ยาคุมกำเนิด กับเรื่องผิวสวย

● แม้ว่า เอสโตรเจนจะทำให้ผิวพรรณดี แต่การทานในปริมาณที่มากไป เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดฝ้าและมะเร็งเต้านมได้

● บางคนเวลาก่อนมีประจำเดือน เราอาจจะรู้สึกว่า ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล หน้าอกใหญ่ขึ้น สะโพกผาย อันที่จริงเกิดจากภาวะน้ำคั่ง หรือน้ำสะสมตามร่างกายจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศหญิง โดยที่ไม่ได้กินยาคุม ดังนั้นคำกล่าวที่ว่า กินยาคุมแล้วผิวเปล่งปลั่ง อาจไม่ถูกเสียทั้งหมด

● ยาคุมอาจไม่ได้ตอบโจทย์สิวทุกประเภท โดยจะใช้ได้ดีกับสิวจากฮอร์โมน การที่เราจะสังเกตว่าคนไข้มีสิวจากฮอร์โมนหรือไม่นั้น คือ สิวมักจะเห่อทุกรอบเดือน พอประจำเดือนหมดสิวก็ยุบ หรือ อีกกรณีคือ ผู้ที่มีลักษณะของฮอร์โมนเพศชายเยอะ มีหนวด ขนยาว สิวรักษาไม่ค่อยหาย ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจจะเป็นถุงน้ำในรังไข่ กลุ่มนี้ก็ตอบสนองต่อยาคุมดีเช่นกัน


หากเราต้องการมีผิวที่ขาวใส อยู่ที่การดูแลตัวเอง การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิว หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ใช้ครีมกันแดด ทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่เครียด ไม่สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์บ่อย เราก็สามารถมีผิวสวยใสได้ โดยไม่ต้องใช้ยาคุมเลย

รวมสินค้าแนะนำ