หลายคนที่คิดกำลังอยากเริ่มกินวิตามินหรืออาหารเสริมแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน อันที่เค้าบอกกันว่าดีแล้วมันดีกับเราด้วยมั้ย วันนี้ Tops Vita มีทิปดีๆ มาเล่าสู่กันฟังค่ะ
1.รู้เป้าหมาย
อาหารเสริม มีหลายอย่าง เช่น วิตามิน เกลือแร่ กรดอะมิโน สารสกัดจากพืชและสัตว์ รวมไปถึงสมุนไพรชนิดต่างๆ โดยเป้าหมายของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป เช่น
– อยากเติมเต็มสารอาหารที่อาจขาดหายไปตามช่วงอายุหรือไลฟ์สไตล์
– รักษาอาการจากการขาดสารอาหาร เช่น เหน็บชา ผมร่วง เล็บเปราะ
– ส่งเสริมสุขภาพเฉพาะ ในคนที่มีโรคหรือเสี่ยงต่อโรคบางชนิด
มาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ
น้องมาร์คอายุ 12 ปี ไม่ชอบดื่มนม ไม่ชอบออกแดด เลยเลือกกินวิตามินดีและแคลเซียมเสริม บำรุงกระดูกและฟันเพราะอยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต
ป้ามาลีอายุ 60 ปี ดื่มนมวันละ 2 แก้ว ไม่ชอบออกแดด เลยเลือกกินวิตามินดีเพื่อบำรุงกระดูก ไม่ให้เกิดกระดูกพรุนเร็ว ป้ามาลีกินแคลเซียมจากอาหารพอแล้วไม่จำเป็นต้องกินแคลเซียมเสริม
คุณลิซ่าอายุ 35 ปี ทำงานออฟฟิศ กินเจ และกำลังควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก มีปัญหาผมร่วงมาก จึงกินโปรตีนจากถั่วเหลืองเสริมด้วย Multivitamin & Mineral ที่เน้น วิตามินดี ไบโอติน วิตามินบี 12 และ Zinc ค่ะ
ถ้าหากคุณอยากรู้ว่าวิตามินหรืออาหารเสริมตัวไหนที่เหมาะกับช่วงอายุและไลฟ์สไตล์ของคุณ สามารถทำแบบทดสอบวิตามินเฉพาะตัวสำหรับคุณที่ Tops Vita website ได้เลยค่ะ
2.อย่าใจร้อนรีบเลือกของถูก
-ศึกษาขนาดที่ควรจะกิน เช่น อยากกินวิตามินซีบำรุงผิว ไม่ควรเลือกกิน 1000 มิลลิกรัมวันละครั้ง แต่ควรกิน 500 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน หรือเลือกรูปแบบเฉพาะ เช่น Lyposomal form เพื่อเพิ่มการดูดซึมค่ะ อยากรู้เพิ่มเติมหาอ่านได้ในเว็บ TopsVita นะคะ
-ดูฉลากเปรียบเทียบปริมาณสารที่ออกฤทธิต่อเม็ด ตรงนี้สำคัญมากเพราะแม้แต่หมอก็เคยอ่านผิดมาแล้ว
เช่น บางขวดของน้ำมันปลา บอกว่า มี EPA+DHA 900 mg/ 1 Serving Size แต่พออ่านดูดีๆ 1 Serving Size คือ 3 เม็ด แสดงว่าใน 1 เม็ด มี EPA+DHA แค่ 300 mg เท่านั้น ซึ่งอาจจะทำให้น้ำมันปลาขวดนี้ราคาเหมือนจะถูกกว่ายี่ห้ออื่นได้ค่ะ
-ดูเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน ของไทยดูอย. เป็นหลัก ในกรณีที่เป็นผลิตภัณฑ์ของอเมริกา ให้ดูเครื่องหมายรับรองการผลิตจาก FDA สหรัฐ cGMP : Current Good Manufacturing Practices ยิ่งถ้ามีเครื่องหมายของ NSF, USP, LabDoor, หรือ ConsumerLab ยิ่งเป็นการบอกว่าผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัยค่ะ อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับสารเสริมอาหารที่ไม่ได้คุณภาพนะคะ เพราะแทนที่จะได้ประโยชน์อาจจะเกิดอันตรายต่อตัวเราได้ค่ะ
-เลือกรูปแบบที่เรากินถนัด เช่น คนที่ไม่ชอบกลืนยาเม็ด ก็ให้เลือกแบบอม เม็ดฟู่ แบบน้ำ หรือเจลลี่ บางผลิตภัณฑ์เม็ดยาใหญ่กลืนยาก หรือบางผลิตภัณฑ์มีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เช่นกลิ่นปลา อันนี้ต้องใช้การอ่านรีวิวการใช้งานจริงของผลิตภัณฑ์ช่วยค่ะ
-ราคาแพงไม่ได้แปลว่าดีที่สุดนะคะ แต่ราคาถูกเกินไปมักไม่ดีค่ะ
-ดูวันหมดอายุและวิธีเก็บรักษาด้วยเสมอ บางผลิตภัณฑ์ไม่ควรโดนความร้อนหรือแสงแดดค่ะ
-ใครมีปัญหาตับหรือไตเสื่อมเรื้อรัง แนะนำปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอค่ะ
3.มีความสุขกับการกินอาหารเสริม
เริ่มกินจากขนาดน้อยๆ ก่อน อย่างน้อย 3 วัน ดูว่ามีผลข้างเคียงหรือไม่ ถ้าลืมกินบ้างก็ไม่เป็นไรนะคะ ระยะเวลาในการกินอาหารเสริมให้เห็นผลแตกต่างกันไปตามจุดประสงค์ เช่น เรื่องผมบาง ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปีตามวงจรการงอกของผม ในขณะที่เรื่องของอารมณ์ส่วนมากเห็นผลที่ 3 เดือนค่ะ
4.หยุดคิด ว่ายังต้องกินต่อหรือไม่
ทุกๆ 3 เดือน ควรทบทวนเป้าหมายใหม่อีกครั้ง ถ้าไลฟ์สไตล์ของเราเปลี่ยน ความต้องการสารเสริมอาหารก็เปลี่ยนค่ะ เช่น หากเรากินดีขึ้น กินสมดุล ก็ไม่ได้จำเป็นต้องกินวิตามินเสริมต่อ บางคนเปลี่ยนมากินวีแกนก็ควรกินวิตามินบี 12 เสริม หรือบางคนมีความเครียดเรื้อรังก็อาจจะลอง Adaptogen ตัวใหม่ๆค่ะ ไม่แนะนำให้อาหารเสริมประเภทเดียวกันติดต่อกันไม่หยุดนานกว่า 2 ปีนะคะ
5.ศึกษาหาความรู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ
เรื่องของสารเสริมอาหารยังมีงานวิจัยอีกมาก บางตัวกินนานเกินอาจเสี่ยงมะเร็งได้ คอยติดตามข่าวสารอัพเดทจาก Tops Vita เป็นประจำนะคะ เพื่อจะได้ไม่พลาดข่าวสารสุขภาพจากทีมผู้เชี่ยวชาญของเราค่ะ